การทำคลอด

posted on 26 Oct 2011 02:29 by kuminchan  in NURSE
 
การคลอด (Labour)
การ คลอดปกติ (Normal Labour) คือการคลอดเองทางช่องคลอดที่ไม่ต้องใช้เครื่องมือในการช่วยคลอด (เช่น ใช้คีม (Forceps extraction) ใช้เครื่องดูดสุญญากาศ (Vacuum extraction) ) คลอดในขณะที่อายุครรภ์ครบกำหนด (มากกว่า 38-42 สัปดาห์) ทารกใช้ศีรษะเป็นส่วนนำ ระยะเวลาตั้งแต่เจ็บครรภ์จริงจนคลอดเสร็จใช้เวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง และไม่มีภาะวแทรกซ้อนใดๆเกิดในรหว่างการคลอด

สำหรับที่เคยฝึกมา ถ้าคุณแม่เจ็บครรภ์มา ก็จะมาซักประวัติกันว่า คุณแม่เจ็บครรภ์จริงเวลากี่โมง (เจ็บครรภ์จริง คือ การที่มดลูกหดรัดตัวเป็นพักๆ เปลี่ยนอิริยาบถแล้วไม่หายเจ็บ หรือเจ็บถี่ขึ้น) หรือมีน้ำเดิม มีมูก/มูกปนเลือดออกมาทางช่องคลอด ซักประวัติการตั้งครรภ์ ว่าเป็นท้องที่เท่าไหร่ เคยแท้งมาหรือไม่ บุตรคนก่อนๆเป็นอย่างไร ประวัติการฝากครรภ์ ประวัติโรคทางพันธุกรรมในครอบครัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหัวใจ เป็นต้น ประวัติการแพ้ยา แพ้อาหาร
หลังจากซักประวัติเสร็จก็จะ ให้คุณแม่ตรวจภายใน เพื่อดูว่าปากมดลูกเปิดหรือยัง เปิดกี่เซนติเมตรแล้ว มีสายสะดือพลัดต่ำ (Prolapse cord) หรือไม่ ส่วนนำทารกเป็นศีรษะ หรือเป็นก้น หากปากมดลูกไม่เปิด อาจจะให้คุณแม่กลับไปนอนักที่บ้านก่อนเจ็บเยอะๆแล้วค่อยมาใหม่ก็ได้ หรืออยากอยู่โรงพยาบาลก็ได้

สำหรับโรงพยาบาลที่มีเครื่องมือเครื่อง ใช้อย่างเพียงพอ อาจจะติดเครื่อง Electric Fetal Monitoring (EFM) เพื่อประเมินเสียงหัวใจทารกและการหดรัดตัวของมดลูก ซึ่งเครื่องนี้ จะมีหัว probe 2 หัว หัวหนึ่งสำหรับดูการหดรัดตัวของมดลูก อีกหัวหนึ่งใช้จับเสียงหัวใจของทารก เสียงหัวใจทารกปกติอยู่ที่ 90 - 160 ครั้ง/นาที หากเสียงหัวใจเด็กต่ำลงบ่อยๆ โดยไม่มีสาเหตุ แพทย์อาจวินิจฉัยให้คุณแม่ผ่าตัดคลอด

สำหรับการคลอดปกติ คุณแม่จะเริ่มเบ่งก็ต่อเมื่อปากมดลูกเปิด 10 เซนติเมตร (เปิดหมด) เรียกว่า Fully of dilatation ความบางของปากมดลูก 100% โดยจะทราบได้จากการจรวจภายในเป็นระยะๆ ประมาณทุกๆ 2 ชั่วโมง ซึ่งคุณแม่ในท้องแรก การเปิดของปากมดลูกจะค่อนข้างช้า คุณแม่จะเจ็บนาน และจะแอบเบ่งเองก่อนเวลา ซึ่ง ไม่ดีนะคะ เพราะการเบ่งก่อนเวลา อาจทำให้ปากมดลูกบวม ขัดขวางการเคลื่อนต่ำของทารก อาจจะทำให้คลอดยากกว่าเดิม (และอาจโดนพยาบาลดุด้วย ) เพราะส่วนใหญ่ คนที่ดูแลทำคลอดให้มักจะเป็นพยาบาล (แต่ถ้าฝากพิเศษก็หมอทำ) พอคุณแม่เจ็บนานมากๆเข้าก็เริ่มเหนื่อย และก็เริ่มร้องขอว่า "ไปผ่าได้ไหม ไม่ไหวแล้ว" เจอบ่อยมากจริงๆ แต่คุณแม่ท้องหลังๆก็มีนะ ไม่ใช่ว่าไม่มี

แต่ถ้าคุณแม่ผ่านมันมาได้ เราก็จะมาดูกระบวนการเริ่มเบ่งกันดีกว่า
การ เบ่งคลอดที่ถูกวิธี คือ ให้คุณแม่นอนตัวตรง ไม่บิดหลัง มืออาจจะเหนี่ยวใต้ขาหรือแก้มก้นไว้ หรือใครถนัดข้างเตียงก็ตามสบาย เบ่งตอนท้องแข็ง/เจ็บท้อง เพราะเป็นช่วงที่มดลูกหดรัดตัว จะทำให้คุณแม่ไม่ต้องออกแรงเบ่งมากนัก ก่อนเบ่งต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ กลั้นลมหายใจไว้ ก้มหน้า คางชิดอก ปิดปากให้สนิท ไม่ส่งเสียงร้อง เบ่งลงก้น (เหมือนเบ่งอึ) เบ่งยาวๆ อาจจะมีคนช่วยเชียร์หรือไม่มี ก็ควรเบ่งให้นานๆ เบ่งซ้ำได้ถ้าหากท้องยังแข็งอยู่ และเมื่อหัวเด็กลงมาต่ำมากๆ หัวเต็กจะลงมาตุงที่ช่องคลอด (มองเห็นหัวเด็กได้สบายๆ) ผิวรอบๆช่องคลอดจะบาง ใน เป็นมัน และคุณหมอ/คุณพยาบาลก็จะช่วย ตัด !! ที่เรียกว่าตัดฝีเย็บ เพื่อช่วยให้ช่องคลอดกว้างขึ้น เด็กจะได้ออกมาได้ หากคลอดเองโดยที่ไม่ตัด มันก็จะเป็นรอยฉีกกะรุ่งกะริ่ง เย็บยาก และอาจจะฉีกไปถึงรูท่อปัสสาวะได้ ระหว่างนั้น คนทำคลอดจะใช้ผ้าผืนหนึ่ง กันไว้ตรงแผลฝีเย็บที่ตัด เพื่อไม่ให้แผลฉีกขาดมากกว่าเดิม อีกมือหนึ่งจะต้องแตะหัวเด็กไว้เบาๆ เพื่อไม่ให้เด็กเงยเร็วเกินไป (ถ้าเงยเร็วเกินไป รูท่อปัสสาวะอาจจะฉีกขาด หรือมีแผลได้) และเมื่อหัวเด็กออกมาแล้ว ผู้ทำคลอดจะให้คุณแม่หยุดเบ่ง ผู้ทำคลอดจะเช็ดตา ดูดเมือก น้ำคร่ำในปากและจมูกเด็กออก ดูว่ามีสายสะดือพันคอหรือไม่ ถ้ามีก็จัดการปัดออกให้เรียบร้อย จากกนั้น ผู้ทำคลอดจะทำคลอดใหล่ โดยการจับที่หัวเด็ก โดยประคองหัวเด็กให้หูเด็กอยู่ในอุ้งมือ โน้มลง เพื่อให้ไหล่บนหลุด และโน้มขึ้น เพื่อให้ไหล่ล่างหลุด จากนั้นจะเปลี่ยนมือไปประคองคอ และดึงตัวเด็กออกมา อีกมือหนึ่งจะรูดตัวเด็กไปและไปจับขาเด็กไว้ และพร้อมกับขานว่า "เกิดค่ะ" คนที่ทำคลอด หรือคนที่คอยช่วยอยู่ข้างๆจะช่วยดูเวลาว่ากี่โมง จะยกเด็กให้คุณแม่ดูเพศลูก และตัดสายสะดือ จากนั้นจะส่งให้อีกคน นำเด็กไปเช็ดตัว เช็ดเลือด เช็ดไขต่างๆ คนทำคลอดก็จะรอให้รกลอกตัวและทำคลอดรกโดยที่คุณแม่อาจจะช่วยเบ่ง หรือไม่ต้องออกแรงเลย พอรกคลอดเสร็จ ก็เย็บแผล ระหว่างนั้น เด็กก็จะเช็ดตัว อะไรเรียบร้อย ก็จะนำมาให้คุณแม่ได้ชื่นชม อาจจะให้ลูกดูดนม จากนั้นก็จะเอาเด็กไปฉีดวัคซีน หรือทำอะไรต่อตามแต่โรงพยาบาลต่างๆจะกำหนด

---------------------------------------------------------------------------------

ยาวเชียว เขียนจากประสบการณ์ล้วนๆค่ะ
ไป ห้องคลอดทีแรกก็กลัวนะเอ้อ โดยเฉพาะตอนตัดฝีเย็บ เคยไปถามคุณแม่หลังคลอดว่ามันเจ็บไหม บางคนก็บอกไม่เจ็บ บางคนก็บอกเจ็บ แต่ตอนนั้น ไม่รู้ว่าจะเจ็บอะไรก่อนแล้ว มันเจ็บไปหมด แต่พอคลอดเสร็จก็โล่งเลย เบาหวิว

มี คุณแม่บางคนนะ ขณะที่เย็บแผลอยู่ เราก็เอาเด็กมาเช็ดตัว (ไม่ไกลเท่าไหร่) คุณแม่ก็บอกกับพยาบาลที่เย็บแผลอยู่ว่า "ทำไมไม่ได้ยินเสียงลูกร้อง อยากได้ยินเสียงลูกร้อง" ทางเราได้ยินอย่างนั้นก็ได้เลยค่ะ คุณขอมา เราจัดให้ !! เราก็แกล้งเด็ก เอ๊ย กระตุ้นเด็กให้ร้อง โดยลูบหลัง ลูบอก ดูดเสมหะออกจากปากและจมูก เท่านั้นแหละ เด็กกรี๊ดสลบเลย แว๊กกกกกกก ดังลั่นห้อง สมใจคุณแม่เลยทีเดียว (ไม่ใช่ว่าเด็กผิดปกติอะไรนะคะ ที่เด็กไม่ร้อง คือเด็กบางคนก็เลี้ยงง่าย อยู่ง่าย ทำอะไรก็ไม่ร้อง บางที ฉีดยายังไม่ร้องเลยก็มี) แต่เท่าที่เคยฉีดยาเด็กมา เด็กมักจะร้องตอนดันยาเข้าไป ไม่ก็ตอนถอนเข็มออก แต่เด็กบางคน sense ดี แค่เอาแอลกอฮอล์เช็ด ก็เหมือนจะรู้ตัวว่าจะโดนอะไร ร้องก่อนเลย (เอ้อ ถนัดแกล้งเด็กจริงๆเลยเรา)

เรื่อง เล่าจากห้องคลอดยังมีอีกเยอะค่ะ เล่าไม่หมด แต่การคลอดเป็นอะไรที่เจ็บมากจริง เป็น หนึ่งใน 7 ของ The Great Pain เลยล่ะค่ะ เห็นอย่างนี้แล้ว รักคุณแม่ให้มากๆนะคะ กว่าจะคลอด กว่าจะเลี้ยงเรามาจนโตขนาดนี้ได้ ลำบากเหลือเกิน

แนะนำตัว KUMIN

posted on 04 Sep 2011 14:13 by kuminchan
สวัสดีค่ะ Cool
 
ชื่อ พาลินท์  สุวรรณศรี 
ชื่อเล่น ชื่อ กุ้ง ค่ะ
 
ตอนนี้ เรียนอยู่ปี 4 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลค่ะ
 
ชอบ อ่านหนังสือ เล่นคอมฯ ปักครอสติสต์ ถักนิตติ้ง โครเชต์ ชอบอยูบ้าน ไม่ชอบแต่งตัว
ชอบเพลงญี่ปุ่น ชอบถ่ายรูป 
 
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ Money mouth